long-fanfiction

Burnout #5 Blackout

posted on 25 Jun 2010 23:09 by strawberryfields  in long-fanfiction

 

 

 

Title: Burnout
Characters/pairing: Chansung/Junho  
Taecyeon/Jaebum   Nichkhun/Wooyoung
Genre: Angst, Drama

 

 

Chapter 5: Blackout

 

 “ขอบคุณครับ 2PMครับ!”
เด็กหนุ่มทั้งเจ็ดบนเวทีก้มหัวให้เหล่าแฟนๆที่ตามมาเชียร์พวกเขาที่สตูดิโอ MBC วันนี้ 2PM มาอัดรายการ
Music Core ในเพลง Again and Again เพลงโปรโมทของอัลบั้มใหม่ ทั้งเจ็ดเริ่มเดินสายโปรโมทตามรายการต่างๆได้สักพักแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแสดงในรายการเพลง ซึ่งการแสดงก็เป็นไปได้ด้วยดีถึงแม้จะมีบางช่วงที่ทุลักทุเลอยู่ไม่น้อย ถึงจะเหนื่อยเกือบตายแต่เทียบกับรางวัลที่ได้รับมามันก็คุ้ม อีกทั้งช่วงนี้ยังมีรายการวาไรตี้โชว์ที่ต้องไปออกอีกมากมาย ซึ่งในสายตาผู้ชมและศิลปินร่วมรายการอื่นๆแล้วพวกเขาก็ยังคงดูสนิทสนมและคุยกันเฮฮาเหมือนเดิม แต่ไม่มีใครรู้ว่าบรรยากาศในวงเมื่ออยู่กันตามลำพังนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่คนอื่นเห็นเลยสักนิด



ขณะนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืน ห้องนั่งเล่นทูพีเอ็มมืดสลัวมีเพียงแสงไฟจากโทรทัศน์ที่เปิดทิ้งไว้ เสียงหัวเราะในรายการตลกไม่ช่วยเรียกเสียงหัวเราะจากคนที่นั่งดูอยู่เลยสักนิด ไม่มีแม้แต่เสียงพูดคุยระหว่างสมาชิกที่นั่งอยู่หน้าจอสี่เหลี่ยมเครื่องใหญ่นั้น หากแต่สถานการณ์ดูจะดีขึ้นเมื่อเมื่อร่างสูงใหญ่ของชานซองที่เดินอุ้มกล้วยหวีใหญ่มานั่งแปะลงข้างๆจุนซูบนโซฟา มองซ้ายขวาด้วยความสงสัยก่อนจะเอ่ยถามคนข้างๆ


“คนอื่นไปไหนพี่จุนซู?”
ถามเสียงอู้อี้เนื่องจากกล้วยในปากที่ยัดเข้าไปทีครึ่งลูก จุนซูหันมาทำหน้าขยะแขยงใส่ภาพที่เห็นก่อนจะตอบคำถาม
“แทคกับเจย์ออกไปมินิมาร์ทด้วยกันเมื่อกี๊”
น้องเล็กร่างยักษ์พยักหน้ารับรู้ในขณะที่มือปอกเปลือกกล้วยลูกใหม่ สายตาก็จับจ้องรายการตลกในโทรทัศน์ไปด้วยก่อนจะหัวเราะคลอไปกับเสียงหัวเราะของผู้ชมในห้องส่งจากในรายการเป็นระยะเรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากจุนผู้พี่ตามได้ไม่ยาก ส่วนอูยอง จุนโฮและนิชคุณนั่งจับกลุ่มเล่น
PSP กันคนละเครื่องอยู่อีกฟากหนึ่งของห้อง พอชานซองกับจุนซูหัวเราะบ่อยเข้า จุนโฮก็หน้าบูดลงเรื่อยๆ อูยองกับนิชคุณเองก็สังเกตเห็น แต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา



“ผมจะไปนอนแล้ว”
จู่ๆเด็กหนุ่มตาตี่ก็ลุกพรวดขึ้นและก้าวฉับๆเข้าห้องนอนไปทิ้งให้คนที่เหลือนั่งนิ่งมองเป็นตาเดียว มีเพียงชานซองที่ไม่หันไปมอง ตาคมยังจ้องภาพในโทรทัศน์หากแต่ไม่มีเสียงหัวเราะหลุดรอดออกมาอีก อูยองมองประตูห้องนอนที่ถูกจุนโฮเหวี่ยงปิดเสียเสียงดังสลับกับชานซองที่นั่งหน้าตึงอยู่แล้วก็ทำอะไรไม่ถูกอยู่สักพักจึงได้สติเมื่อรู้สึกถึงแรงดึงที่แขน


“อูยอง ไปเดินเล่นข้างล่างเป็นเพื่อนพี่หน่อย”

อูยองที่ยังงงอยู่คงจะชักช้าไม่ทันใจนิชคุณเลยถูกลากให้ลุกขึ้น เจ้าชายไทยหันไปพยักหน้าให้จุนซูที่กำชับว่าอย่าออกไปนานนักก่อนที่จะลากเด็กหนุ่มร่างเล็กออกจากห้องนั่งเล่นไป เหลือเพียงชานซองกับจุนซูนั่งนิ่ง ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอย่างน่าอึดอัด



“จุนโฮเป็นอะไรของมันนะ บรรยากาศเสียหมดเลย”
จุนซูกล่าวโดยที่แอบเหลือบมองหน้าน้องชาย ชานซองยังคงนั่งนิ่งไม่ตอบอะไร เห็นทีจะไม่ยอมพูดออกมาง่ายๆเสียด้วย
“นายเองก็เหมือนกัน มีปัญหาอะไรทำไมไม่คุยกัน พวกนายเอาแต่ปั้นปึ่งใส่กันแบบนี้พวกพี่ก็ลำบากนะ”
จุนซูรู้ว่าชานซองเกลียดการถูกว่า ไม่ชอบให้ใครมาบอกว่าตัวเองเป็นตัวปัญหา เขาจึงตั้งใจพูดให้แทงใจดำอีกฝ่าย ถึงตอนนี้ชานซองหันมามองคนพูดด้วยสายตาไม่พอใจ ก่อนที่จะหันกลับไปเหมือนเดิม


“ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะ จุนโฮนั่นแหละทำตัวงี่เง่าใส่ผมก่อน”
“แล้วนายไปทำอะไรมันล่ะ”
ชายหนุ่มเสียงหลักของวงยังคงไม่หยุดทำตัวเป็นนักสืบ เขาสังเกตมาตลอดว่าชานซองเปลี่ยนไปเพราะอะไร เขาแค่อยากลองพยายามง้างปากให้อีกฝ่ายพูดออกมาให้ชัดๆ หากแต่ชานซองรีบตอบคำถามตัดบทแบบไม่เสียเวลาคิดเลยด้วยซ้ำ
“ผมไม่ได้ทำอะไรเลย
! อยู่ๆแม่งก็โกรธเรื่องอะไรไม่รู้”
เมื่อเห็นน้องเล็กเถียงซะคอเป็นเอ็นไม่ยอมหาเหตุผล จุนซูก็ขี้เกียจเถียง ชานซองเองก็ไม่อยากอยู่ให้ใครซักไซ้จึงลุกจากโซฟาจะเดินหนี หากแต่เสียงจุนซูที่พูดไล่หลังมาชะงักเท้าชานซองไว้กับที่


“พี่เห็นจุนโฮปกติดีกับคนอื่นนี่นา”
ร่างใหญ่ของน้องสุดท้องในวงยืนนิ่งฟังคำพูดของผู้เป็นพี่โดยที่ไม่หันหลังกลับไปมอง
“เมื่อเช้าก็เห็นออกไปวิ่งกับพี่แจบอมกับแทคยอนอยู่เลย แถมพออัดรายการเสร็จวันนี้ก็ยังมาช่วยพี่แต่งเพลงใหม่ด้วย พี่ว่านายต้องเคยไปทำอะไรให้มันไม่พอใจเอาละมั้ง”
-- จริงๆแล้วที่พี่จุนซูพูดมาก็ถูกทั้งหมด แถมเมื่อกี๊อีจุนโฮก็ยังนั่งเล่นเกมกับพี่คุณและอูด้งอย่างสนุกสนานอีกต่างหาก... สรุปคือทำตัวงี่เง่าใส่เขาคนเดียวสินะ ไอ้บ้าอีจุนโฮ! งี่เง่าเอ๊ย! แล้วเขาเคยไปทำอะไรให้ซะที่ไหน?


“แต่พี่ว่าคงเพราะช่วงนี้จุนโฮมันเครียด อะไรไม่ถูกใจก็เหวี่ยงใส่ไปหมด นิสัยเสียอย่างนี้ประจำแหละ”
-- ใช่ เขาไม่ได้ทำอะไรผิด จุนโฮนิสัยไม่ดีเลยมาโกรธเขาโดยไม่มีเหตุผลต่างหาก...
“แต่นายก็น่าจะรู้ว่าจุนโฮเป็นคนยังไง มันคงไม่ยอมง่ายๆ พี่ว่านายเป็นฝ่ายขอโทษก่อนดีกว่า”
ชานซองหน้าตึง ทำไมทุกคนต้องทำเหมือนเขาเป็นคนผิดทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ใบหน้าหล่อหันขวับไปหาคนพูดอย่างไม่พอใจก่อนจะเถียงสิ่งที่คิดอยู่ออกมาทันที


“พี่
! ผมไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ! ทำไมต้องขอโทษด้วย”
ชานซองได้ยินเสียงพี่ชายถอนหายใจอย่างระอา เขารับรู้และรู้สึกขอบคุณพี่จุนซูที่เป็นห่วง แต่ว่าเขาไม่อยากให้ใครมายุ่งเรื่องของเขานี่นา... พี่จุนซูกับคนในวงคนอื่นๆเองคงจะรู้สึกไม่ดีและอึดอัดเพราะเรื่องของเขาสินะ....

“พี่จุนซู ผมไม่เป็นไร...”

“มีอะไรก็ปรึกษาพี่ อย่าเก็บไว้คนเดียว ไม่มีจุนโฮแล้วใช่ว่านายจะคุยกับใครไม่ได้ นายไม่ได้มีเพื่อนคนเดียวสักหน่อย...”


“ชานซอง... นายจะมาอยู่กับพี่ก็ได้ พี่ไม่ทิ้งนายเหมือนที่จุนโฮทำหรอก”
จุนซูเดินมาตบไหล่ชานซองก่อนจะทิ้งคำพูดประโยคสุดท้ายไว้และเดินเลี้ยวเข้าห้องนอนตัวเองไป ทิ้งให้เด็กโข่งยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่มีคำพูดใดๆหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากสวยอีก

ชานซองคิดอะไรไม่ออก รู้แต่ว่าในหัวมีแต่คำว่า
ไอ้งี่เง่าจุนโฮ เต็มไปหมด


“จุนโฮกับชานซองทะเลาะกันเรื่องอะไรนะ”
เด็กหนุ่มแก้มป่องบ่นเสียงอู้อี้เนื่องจากเพิ่งกัดไอติมเข้าไปเต็มปาก นิชคุณและอูยองเพิ่งจะไปซื้อไอติมมาจากมินิมาร์ทข้างหอพักและมานั่งเล่นในสวนสาธารณะแถวนั้น... จะเรียกว่าหนีปัญหาก็ได้... แต่ว่าที่นิชคุณลากเจ้าเด็กนี่ลงมาด้วยเป็นเพราะว่าอยากให้ชานซองกับจุนโฮได้เคลียร์กันตามลำพังมากกว่า โดยที่มีจุนซูที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุดคอยช่วยไกล่เกลี่ย...?
---- ไม่ใช่หรอก...... นิชคุณแอบรู้สึกผิดในใจ เพราะจริงๆแล้วเจ้าชายไทยก็แค่หาข้ออ้างให้ได้ใช้เวลาอยู่กับอูยองตามลำพังบ้างเท่านั้นแหละ...


นิชคุณชอบอูยอง
ไม่ได้แค่ชอบแบบพี่น้อง ความรู้สึกของเขามันเกินเลยไปกว่านั้นตั้งแต่เมื่อไรก็จำไม่ได้แล้ว แต่ว่ารู้ตัวอีกทีเขาก็กลายว่าปล่อยให้ข้างกายอูยองมีที่ว่างไม่ได้ ต้องเข้าไปยืนใกล้ๆตลอดเวลา อยากเข้าไปช่วยดูแล อยู่ด้วยกันให้บ่อยเท่าที่จะทำได้ แค่ได้คุยกันนิดๆหน่อยๆก็มีความสุข... แต่ก็ได้แค่แอบชอบเท่านั้นแหละ นิชคุณรู้ว่ามันผิดกับการที่มีความรู้สึกเกินเลยกับเพื่อนร่วมวง แถมยังเป็นผู้ชายเหมือนกันอีกต่างหาก อูยองไม่ใช่คนที่เปิดกว้างกับเรื่องแบบนี้ ถ้าเจ้าตัวเล็กนี่รู้เข้าต้องช็อกจนไม่กล้ามายุ่งกับเขาเหมือนตอนนี้แน่ๆ


“นั่นสิ ก่อนหน้านั้นก็ยังดีๆอยู่ไม่มีแววจะทะเลาะกันด้วยซ้ำ ถามใครก็ไม่มีใครรู้ ถามเจ้าตัวก็ไม่ยอมบอก พี่ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน”
ร่างสูงเอนหลังพิงพนักม้านั่ง ปากแดงรีบเลียไอติมในมือตัวเองที่กำลังละลายอย่างรวดเร็ว เดือนพฤษภาคมในเกาหลีนั้นอากาศร้อนจนน่าหงุดหงิดไม่ต่างกับประเทศบ้านเกิดของเขาเลยสักนิดถึงแม้ตอนนี้จะเป็นเวลากลางคืนแล้ว แต่ไอร้อนที่ระอุขึ้นมาจากพื้นถนนซีเมนต์นั้นก็เรียกเหงื่อได้ดีไม่แพ้ความร้อนจากแสงอาทิตย์เลย


“ว่าแต่นายกับพี่เจย์กับแทคก็ด้วย มีอะไรกันหรือไง”
นิชคุณสังเกตมาหลายครั้งแล้วว่าพักหลังๆนี้อูยองมักจะทำท่าแปลกๆเวลาแจบอมกับแทคยอนมายุ่งด้วย เจอหน้ากันก็ไม่ทักทาย ไม่คุย ไม่มีปฏิกิริยาอะไรทั้งนั้นจนนิชคุณนึกสงสัยเพราะปกติอูยองเป็นคนช่างพูดช่างจ้อจะตายไป แถมยังเหตุการณ์เมื่อสักครู่ที่เขาสองคนบังเอิญเดินสวนกับแทคยอนและแจบอมที่กำลังกลับห้อง ในตอนที่เขากำลังเล่าให้แทคและเจย์ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นที่ห้อง อูยองก็ขอตัวและเดินหนีไปรอในมินิมาร์ททันทีเหมือนกับอึดอัดที่จะต้องเผชิญหน้า พอถามถึงเหตุผลก็บอกว่าอากาศร้อน แต่นิชคุณรู้ว่าอูยองก็แค่หาข้ออ้างเท่านั้น


“ไม่มีอะไรครับ”
เด็กหนุ่มปูซานหลบตาอีกฝ่าย มองปราดเดียวก็รู้ว่ากำลังโกหก แต่ถ้าอูยองไม่อยากบอกอะไรเขาก็ไม่อยากเซ้าซี้ให้เสียอารมณ์ กลายเป็นว่าจะทำลายบรรยากาศดีๆซะเปล่า นิชคุณจึงชวนอีกฝ่ายคุยเรื่องอื่นจนใช้เวลาสักพักกว่าร่างเล็กจะรู้สึกปกติเหมือนเดิม พอเด็กหนุ่มกลับมาอารมณ์ดีเป็นปกติแล้วก็เป็นฝ่ายชวนคุยเสียเอง เสียงเจื้อยแจ้วพูดเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่หยุดไม่เว้นแม้แต่เรื่องงานและเรื่องไร้สาระ จนเวลาผ่านไปไม่รู้นานเท่าไหร่ แต่ว่าอากาศที่ร้อนอบอ้าวทำให้เหงื่อเปียกไปทั้งตัวจนน่าหงุดหงิด


“กลับกันเลยไหม นายเหงื่อโชกแล้วเนี่ย”
หนุ่มไทยเอ่ยปากชวนก่อนจะดึงมืออีกฝ่ายที่นั่งย้วยอยู่บนม้านั่งให้ลุกขึ้น หัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นร่างเล็กขืนตัวไม่ยอมลุกแต่กลับส่งเสียงงอแงเหมือนเด็กๆ


“ไม่เอาอ่ะ ยังไม่อยากกลับ”
และนิชคุณก็ยังคงเป็นนิชคุณที่ตามใจอูยองเสมอ พอเจ้าตัวบอกว่าไม่อยากกลับเขาก็เลยกลับมาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆเด็กหนุ่มเหมือนเดิม


“อยู่บ้านแล้วอึดอัด รู้สึกไม่ดีเลย”
อูยองพูดหงอยๆ ตาเรียวเล็กหลุบมองพื้นตรงหน้านิ่งเหมือนกับมีอะไรน่าสนใจเสียเต็มประดา บ้านควรจะเป็นที่ที่อยู่แล้วมีความสุขสิ ทำไมกลายเป็นว่าบรรยากาศมันแย่จนไม่อยากอยู่ไปได้นะ


แชะ
!
เด็กหนุ่มปูซานสะดุ้งเมื่อแสงแฟลชวาบขึ้นมาตรงหน้าจนแสบตา พอหันไปทางที่มาก็เห็นรุ่นพี่ชาวไทยนั่งกลั้นขำมองผลงานของตัวเองในจอมือถือ


“เฮ้ยอะไรเนี่ยพี่คุณ มาแอบถ่ายผมตอนเหวอได้ไง
!”
อูยองเอื้อมสุดแขนเพื่อจะแย่งมือถือเครื่องเล็กของอีกฝ่ายมา แต่แขนของนิชคุณยาวกว่าเขาเยอะจึงทำให้เสียเปรียบ ทั้งสองยื้อแย่งกันเหมือนเด็กๆอยู่สักพักจนสุดท้ายอูยองปีนขึ้นไปบนตัวอีกฝ่ายและยื้อแขนขาวลงมา ฝ่ายนิชคุณที่หัวเราะจนเหนื่อยก็ยอมให้เด็กหนุ่มรุ่นน้องแย่งมือถือไปกดลบรูปน่าอายทิ้ง โชคดีที่ตอนนี้เป็นเวลาดึกมากแล้วแถวนี้จึงไม่ค่อยมีคนเดินผ่าน หากใครมาเห็นเข้าคงรู้สึกขัดๆกับภาพลักษณ์สัตว์ป่าที่พวกเขาอุตส่าห์เพียรพยายามสร้างไว้พอสมควร ถึงตอนนี้ทั้งสองร่างเปียกไปด้วยเหงื่อ ขำก็ขำ ร้อนก็ร้อน นิชคุณจึงดึงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นแล้วบอกแกมบังคับว่าให้กลับหอพักได้แล้ว เพราะตอนนี้ดึกมากและพวกเขามีงานในตอนเช้าวันพรุ่งนี้ด้วย ถึงอูยองจะไม่เต็มใจเท่าไรแต่เขาก็รู้สึกได้ว่าต้องพักผ่อน อีกอย่างเขารบกวนพี่ชายคนนี้มามากพอแล้วจึงเป็นธรรมดาที่จะรู้สึกเกรงใจ


“พี่คุณ ขอบคุณนะครับ ผมอยู่กับพี่แล้วสบายใจที่สุด”
อูยองรู้ว่าที่นิชคุณแกล้งเขาเมื่อกี๊เพราะอยากให้ไม่คิดมากเรื่องที่บ้านจึงกล่าวขอบคุณออกไปโดยไม่รู้ว่าทำให้หนุ่มร่างสูงอมยิ้มแก้มแทบปริ ถึงแม้จะรู้ความจริงว่าที่อูยองพูดออกมานั้นไม่ได้คิดอะไร ไม่มีอะไรแอบแฝงเลยสักนิดก็อดรู้สึกหัวใจพองโตขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ถึงแม้ว่าใจเต้นแรงจนกลัวว่าคนข้างๆใจได้ยินเอาแต่ก็ไม่อยากปล่อยแขนที่โอบไหล่อีกฝ่ายอยู่ออกเหมือนกัน...
-- ในตอนนี้เขาไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่าที่เป็นอยู่นี่หรอก... แค่อูยองรู้สึกดีด้วยก็มีความสุขแล้ว...


 

 

To Be Continue