Something Inside
posted on 25 Jun 2010 22:16 by strawberryfields in short-fanfiction
Title: Something Inside
Pairing: Minho / Nichkhun
Genre: Crossband / Fluff
“โอเค คัท! ขอบคุณมากครับ”
สิ้นเสียงชายวัยกลางคนที่เป็นผู้กำกับ ชายหนุ่มกว่าสิบคนที่ยืนรวมอยู่หน้ากล้องก็แตกฮือทันที บ้างก็แยกตัวไปเข้าห้องน้ำ บ้างก็ยืนคุยกัน บ้างก็ยังเล่นกล้องไม่เลิก
“คุณ วันนี้ไปนอนห้องนายนะ”
เสียงห้าวจัดที่ดังเรียกชื่อทำให้เจ้าตัวหันไปมอง แทคยอนที่ในมือมีขวดน้ำเย็นจัดจนมีหยดน้ำเกาะข้างขวดอยู่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะต้องยิ้มตอบ
“อีกแล้วเหรอ”
เจ้าชายแห่งวง 2PM บ่นออกมาอย่างไม่ใส่ใจเท่าไรในขณะที่มือขาวจัดแย่งขวดน้ำในมืออีกฝ่ายมาแล้วเปิดฝาดื่ม วันนี้พวกเขามาอัดรายการ Every1 Idol Show ซึ่งมีแขกรับเชิญคือน้องๆวงชายนี่ ในตอนแรกพวกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก แต่เด็กหนุ่มทั้งห้ากลับสนิทด้วยง่ายกว่าที่คิด เขาหันไปมองอีกฟากของห้องอัด คีย์กับอนยูเล่นเกมในโทรศัพท์มือถือกันเสียงดัง จงฮยอนยืนตะเบ็งเสียงคุยโทรศัพท์เพื่อแข่งกับเสียงของเด็กเล่นเกมสองคน แทมินยืนคุยกับรุ่นพี่ต่างวงอย่างคิมจุนซูอย่างออกรส ที่จริงแล้วเจ้าหนูนั่นแค่ยืนหัวเราะเฉยๆ คนที่เอาแต่พูดคือจุนซูต่างหาก
นิชคุณเผลอยิ้มออกมาเมื่อเห็นรอยยิ้มแหยๆอย่างลำบากใจของแทมินก่อนจะละสายตาออกจากคนคู่นั้น... โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ สายตาดันไปหยุดอยู่ที่เด็กหนุ่มร่างสูงที่ยืนอยู่คนเดียว
“.................”
รอยยิ้มยังคงค้างอยู่บนใบหน้าตอนที่ประสานสายตากับอีกฝ่ายเมื่อพบว่าเด็กหนุ่มร่างสูง มินโฮ มองเขาอยู่ก่อนแล้ว นิชคุณคลี่ยิ้มกว้างให้ทันทีด้วยนิสัยส่วนตัว ทำเอาอีกฝ่ายทั้งรีบยิ้มตอบทั้งโค้งหัวให้แทบไม่ทัน นิชคุณเกือบหัวเราะออกมาอีกครั้ง
จะว่าไปแล้ว
ที่เขากับมินโฮทำในรายการ มันไม่มีในสคริปต์เลยด้วยซ้ำ ในตอนแรกเขาแค่เห็นว่ามินโฮดูน่าสนใจ
ตั้งแต่ตอนเตรียมกองกันยังไม่ได้เริ่มอัดรายการ
เจ้าเด็กนี่มาถึงก็นั่งฟังเพลงในไอพ็อดไม่คุยไม่สุงสิงกับใครสักคน
นิชคุณเลยคิดว่าจะลองแกล้งเล่นๆดูตอนเลือกคู่ในรายการ
แต่กลับกลายเป็นว่ามินโฮดันเล่นด้วย แถมเล่นไม่เลิกอีกต่างหาก
จริงๆแล้วนิชคุณก็แอบชื่นชมมินโฮอยู่ไม่น้อย เพราะเท่าที่เขาเห็น มินโฮจะเป็นคนที่จริงจังกับการแข่งขันเสมอ อย่างตอนที่แข่งเป่าลูกบอล มินโฮก็จริงจังกับมันเสียจนนิชคุณอดไม่ได้ที่จะต้องช่วยกันตั้งใจเล่น ทั้งที่ปกติแล้วทั้งเขาเป็นคนไม่จริงจังกับการเล่นเกม แล้วยิ่งพอคิดว่ามินโฮตั้งใจเล่นขนาดนั้นเพื่อจะชิงแหวนคู่ของเขาทั้งสองคน นิชคุณก็รู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูก
“นิคคุณฮยอง”
คิดเรื่อยเปื่อยได้ไม่ทันไร คนที่อยู่ในห้วงความคิดเมื่อสักครู่ก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเสียแล้ว นิชคุณส่งยิ้มตอบให้กับเด็กหนุ่มร่างสูง
“เหนื่อยไหมครับ”
นิชคุณปฏิเสธเสียงเบาก่อนจะรับขวดน้ำเย็นจัดจากมืออีกฝ่าย โดยที่เพิ่งสังเกตว่าแทคยอนหายไปพร้อมกับขวดน้ำขวดเก่าของเขาแล้ว นิชคุณตบที่นั่งข้างตัวเป็นการเชิญให้มินโฮที่ยังคงยืนอยู่ตรงหน้าเขานั่งลง
นิชคุณชวนมินโฮคุยเรื่องไร้สาระไปเรื่อยในระหว่างที่รอทีมงานและเพื่อนร่วมวงของพวกเขาเก็บของและเตรียมตัวกลับกัน
บางทีนิชคุณพูดไม่รู้เรื่อง มินโฮก็ช่วยแก้ให้
เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากทั้งสองคนได้ตลอดบทสนทนา
นิชคุณปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการที่ถูกอีกฝ่ายจ้องอย่างไม่ละสายตานั่นแหละ
ทำเอาเขาพูดผิดๆถูกๆอยู่เรื่อย
จนเวลาผ่านไปพักหนึ่ง
เสียงตะโกนขอบคุณของทั้งทีมงานและศิลปินดังขึ้นอีกรอบ
นิชคุณกล่าวลาแล้วฉีกยิ้มให้มินโฮก่อนจะลุกขึ้นเพื่อไปรวมกับเมมเบอร์อีกหกคนที่เหลือ
“... นิคคุณฮยอง....”
เสียงทุ้มต่ำที่ดังไล่หลังมาชะงักเท้านิชคุณไว้ตรงนั้น เขาหันกลับมาหาเจ้าของเสียงเรียกที่ลุกขึ้นยืนแล้วลากเท้าตามมาช้าๆ
“นิคคุณฮยอง... หลังจากนี้จะกลับเลยหรือครับ”
เอ่ยปากถามอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงนัก สายตาคู่นั้นยังคงจ้องมองเข้ามาในดวงตาของเขาเหมือนที่ทำอยู่ตลอด
“ก็คงกลับเลยน่ะ... มีอะไรหรือเปล่า”
มินโฮนิ่งไปเมื่อได้รับคำตอบ นิชคุณเองก็นิ่งรอคำตอบที่เขาถามอีกฝ่ายเช่นกัน หากแต่มินโฮก็ไม่มีทีท่าว่าจะตอบคำถามของเขา ใบหน้าหล่อนิ่งไปเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
“วันนี้แทคมันจะไปนอนด้วย ว่าจะรีบกลับไปเก็บของก่อน ห้องรกมาก...”
นิชคุณอธิบายเพิ่มอย่างติดตลกเมื่อไม่ได้รับคำตอบ แต่พอพูดจบประโยค สายตาที่มีแววมุ่งมั่นอยู่ตลอดของอีกฝ่ายก็ดูจะอ่อนลงไปอย่างเห็นได้ชัด มินโฮยังคงนิ่งเงียบไม่พูดอะไรกลับมา จนนิชคุณอดไม่ได้ที่จะต้องซักต่อ
“ตกลงว่ามีอะไรหรือเปล่า...”
“เอ่อ... ไม่สำคัญหรอกครับ... ผมแค่คิดว่าจะชวนพี่ไปหาอะไรทานกันก่อนกลับเท่านั้นเอง...”
สุดท้ายอีกฝ่ายก็ยอมอธิบายออกมาเสียงเบา นิชคุณนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองทางสมาชิกในวงอย่างลังเล
“พี่เบี้ยวแทคมันไม่ได้ซะด้วย... ขอโทษนะ...”
นิชคุณปฏิเสธอีกครั้ง เห็นใบหน้าหงอยๆของอีกฝ่ายแล้วรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ มินโฮยิ้มบางให้อีกฝ่ายเป็นเชิงว่าไม่ต้องห่วง
“ยังไงเอาไว้คราวหน้านะ... มินโฮ แล้วเจอกัน”
นิชคุณรีบกล่าวลาพอได้ยินลีดเดอร์แจบอมเรียกว่าต้องกลับกันแล้ว มินโฮโบกมือลาในขณะที่อีกฝ่ายหมุนตัวเดินกลับไปหาสมาชิกคนอื่นๆ
“มินโฮ เราต้องกลับกันแล้ว”
เสียงอนยูตะโกนมาจากอีกทางทำให้เขาหันกลับไปหาต้นเสียง มินโฮเดินลากเท้าอย่างเอื่อยเฉื่อยกลับไป พยายามไม่ฟุ้งซ่านและนึกถึงแต่เรื่องตารางงานของวันพรุ่งนี้
“มินโฮ”
แต่แล้วเสียงคุ้นเคยที่ดังขึ้นอีกครั้งทำให้สมาธิที่พยายามจะจดจ่อกับงานแตกกระเจิง นิชคุณวิ่งกลับมาพร้อมรอยยิ้มสดใสที่เป็นเหมือนเอกลักษณ์ของเจ้าตัว มินโฮกำลังจะเอ่ยปากถามแต่นิชคุณพูดขัดขึ้นมาก่อน
“เอาเบอร์พี่ไปนะ เอาไว้มินโฮว่างเมื่อไหร่ เราไปกินข้าวกัน”
มินโฮหยิบมือถือตัวเองให้กับคนที่แบมือรออยู่แล้วอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก นิชคุณกดเบอร์ตัวเองอย่างคล่องแคล่วแล้วส่งมือถือคืนให้กับเจ้าของ เสียงแจบอมตะโกนเรียกชื่อนิชคุณอีกครั้งทำเอาเจ้าตัวรีบขานรับและวิ่งกลับไปแทบไม่ทัน กลัวว่าท่านลีดเดอร์จะโมโหหิวเสียก่อน
.................
“เป็นอะไรของนาย ยิ้มไม่หุบมาตั้งแต่เมื่อกี๊แล้ว”
จงฮยอนหันไปทักเมื่อเห็นเพื่อนร่วมวงที่เอาแต่ยิ้มหน้าบานหลังจากที่กลับจากอัดรายการเสร็จ มินโฮไม่ตอบแต่กลับส่งยิ้มให้จงฮยอนจนเจ้าตัวทำหน้างงและหันกลับไป ตอนนี้พวกเขาอยู่ในระหว่างเดินทางกลับที่พัก ลีดเดอร์อนยูนั่งหลับคอพับไปเป็นคนแรก คีย์ก็ยังคงยุ่งอยู่กับโทรศัพท์มือถือไม่เลิก แทมินกับจงฮยอนนั่งกินขนมกันจนมีเสียงกรอบแกรบดังผสมกับเสียงดังของดนตรีที่ถูกเปิดอยู่ในรถ
‘นิคคุณฮยอง’
มินโฮเปิดเบอร์นั้นขึ้นมาดูเป็นรอบที่เท่าไรไม่รู้ของวัน ดูแล้วดูอีกจนแทบจะจำเบอร์ได้ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก แต่มินโฮยังคงจำความรู้สึกในตอนนั้นได้ดี วินาทีที่กำลังถอดใจ นิชคุณกลับวิ่งมาและทิ้งเบอร์ไว้กับเขา จนตอนนี้เขากลายเป็นเหมือนคนบ้าที่เอาแต่นั่งยิ้มให้กับตัวเลขสิบเอ็ดหลักบนหน้าจอมือถือเสียแล้ว
ท่ามกลางความวุ่นวายเล็กๆและเสียงดังภายในรถตู้คันใหญ่
ทุกคนกำลังอยู่ในโลกของตัวเอง ไม่มีใครสนใจใครทั้งนั้น
มินโฮตัดสินใจกดปุ่มสีเขียวเล็กๆบนโทรศัพท์แล้วยกขึ้นมาแนบหูด้วยใจเต้นระทึก
สายตามองแหวนวงเล็กสีเงินบนนิ้วราวกับต้องการจะเรียกกำลังใจ
จนเสียงสัญญาณจากปลายสายตัดไปกลายเป็นเสียงคุ้นเคยที่ดังขึ้นแทน
“ฮัลโหล... นิคคุณฮยอง... ผมมินโฮนะครับ....”