Burnout #3 Sick
posted on 25 Jun 2010 23:03 by strawberryfields in long-fanfiction
Title: Burnout
Characters/pairing: Chansung/Junho
Taecyeon/Jaebum Nichkhun/Wooyoung
Genre: Angst, Drama
Chapter 3: Sick
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นของเหล่า
2PM กลับมานิ่งเงียบเหมือนเดิมหลังจากที่นิชคุณพาอูยองเข้าห้องไปพักผ่อนในห้องนอน
แทคยอน จุนซู
และชานซองหลังจากที่ทำความสะอาดบริเวณห้องนั่งเล่นเสร็จก็แยกย้ายกันไป
จุนซูไปอาบน้ำ ส่วนแทคยอนเดินออกไปสูบบุหรี่นอกบ้าน เหลือเพียงชานซองยืนคว้างอยู่ในห้องนั่งเล่นเพียงคนเดียว
ร่างสูงจึงนั่งลงบนโซฟาตัวยาวตามเดิม
มือใหญ่คว้าโทรศัพท์มือถือเครื่องสีขาวมาเปิดฝาพับ
ยังคงไม่มีข้อความหรือสายที่ไม่ได้รับจากใครสักคน
ใบหน้าหล่อเบะปากอย่างไม่ได้ดั่งใจ จะเที่ยงคืนอยู่แล้ว
จุนโฮกับพี่แจบอมยังไม่กลับจากซ้อมเต้นเลย อดเป็นห่วงไม่ได้
อยู่กับพี่แจบอมไว้ใจได้ที่ไหนล่ะ รายนั้นยิ่งมึนๆอยู่
จะพากันกลับถึงบ้านกี่โมงก็ไม่รู้
นิ้วยาวกดไล่รายชื่อจนไปสะดุดตรงชื่อจุนโฮ ซึ่งเมื่อก่อนเป็นชื่อแรกที่จะโทรหา
แต่ในตอนนี้ชานซองมองชื่อบนหน้าจอมือถือแล้วกลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเฉยๆ
พาลให้นึกไปถึงเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่แล้วก่อนจะการเตรียมตัวกับอัลบั้มใหม่
จุนโฮเครียดกับเรื่องนี้มาก เครียดเสียจนเพื่อนสนิทอย่างเขาอดไม่ได้ที่จะเข้าไปทำให้รู้สึกดีขึ้น
แต่กลายเป็นว่าทำให้อีกฝ่ายหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
ชานซองเองก็รู้ตัวว่าบางทีเขากวนจุนโฮมากเกินไปจนทำให้คนขี้รำคาญอย่างจุนโฮรู้สึกไม่ดี
แต่ทั้งหมดที่ทำไปก็แค่อยากให้อีกฝ่ายหายเครียดเท่านั้น เขาเองก็เป็นคนธรรมดา มีความรู้สึกเหมือนกัน
พอโดนเพื่อนด่าว่าน่ารำคาญบ่อยๆเข้าก็เลยพาลไม่อยากไปยุ่งด้วยให้โดนว่าอีก
เลยกลายเป็นว่าตอนนี้จุนโฮรำคาญเขา แล้วเขาเองก็ไม่อยากไปวุ่นวายกับอีกฝ่ายอีก
พวกเขาทั้งสองเลยไม่ได้คุยกันอีกเลย
พี่ๆในวงเองก็อาสาจะช่วยคุยให้หลายครั้งแต่ชานซองปฏิเสธ
ก็พวกเขาไม่ได้ทะเลาะกันสักหน่อย...
ชานซองตัดสินใจโทรหาพี่แจบอมแทน แต่ทว่าปลายสายกลับมีเพียงเสียงสัญญาณสายว่างจนเงียบไป
ชานซองพยายามโทรอีกหนแต่แจบอมก็ไม่รับสายเหมือนเดิม ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนอย่างกระวนกระวาย
เขาแค่อยากรู้ว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ซ้อมเสร็จหรือยัง หรือว่ากำลังเดินทางกลับมากัน
มือใหญ่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะเลื่อนรายชื่อไปที่ ‘จุนโฮ’ ก่อนจะถอนหายใจอย่างครุ่นคิด
ถ้าโทรไปเขาจะทำให้จุนโฮรำคาญอีกหรือเปล่านะ
“กลับมาแล้ว”
ไม่ทันไรประตูบ้านก็เปิดออกพร้อมกับร่างของสองคนเดินเข้ามา ชานซองพับมือถือเก็บก่อนจะเดินตรงไปหาพี่ใหญ่ของวง
“พี่แจบอม ทำไมถึงกลับช้าล่ะมัวไปไหนมา โทรไปก็ไม่รับ เป็นห่วงแทบแย่...”
แจบอมที่อยู่ๆก็ถูกสวดยาวเหยียดทำหน้าเอ๋อไปพักใหญ่ก่อนจะหัวเราะออกมา
มือเล็กตบหลังน้องชายดังป้าบก่อนจะคว้าคออีกฝ่ายมากอดหลวมๆ
“ปิดเสียงมือถือไว้น่ะ โทษที แล้วนี่คนอื่นหายไปไหนหมด”
เขาฟังแจบอมเล่าเรื่องเรื่อยเปื่อยพร้อมกับหัวเราะคลอไปด้วย ใบหน้าหล่อหันไปมองชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง
จุนโฮยืนนิ่งมองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะปลีกตัวเข้าห้องไปอย่างไม่สนใจ
ชานซองเบะปากอย่างไม่พอใจ ทักทายกันหน่อยจะตายหรือไง...
“งี่เง่า...”
ชานซองสบถเสียงเบา แต่มีหรือแจบอมจะไมได้ยิน เขาไม่พูดอะไร เพียงแต่ตบไหล่อีกฝ่ายแรงๆอย่างให้กำลังใจ
เขาเองก็เห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างน้องชายของเขา แต่ในเมื่อทั้งสองไม่ต้องการให้ใครเข้าไปยุ่งเรื่องนี้
เขาก็ไม่อยากทำให้ลำบากใจ
♦
“ช่วงนี้นายไม่มีสมาธิเลย
เป็นอะไรไป”
ภายในออฟฟิศห้องสีขาวสะอาดตา อูยองยืนก้มหน้านิ่ง มือทั้งสองประสานกันเหมือนกลัวความผิด
เมื่อสบสายตาคาดคั้นของพี่จินยองแล้วเขาก็พูดไม่ออก ที่เขาไม่มีสมาธิเพราะเขานอนไม่พอ
หรือเรียกได้ว่าแทบจะไม่ได้นอนเลย หลังจากเหตุการณ์วันนั้น
กลายเป็นว่าเขามักจะสะดุ้งตื่นมากลางดึก แล้วก็ต้องทนฟังเสียงของสองคนนั้นที่ดังออกมาจากห้องครัวหรือไม่ก็ห้องน้ำแทบทุกวัน
“ขอโทษครับพี่จินยอง”
ร่างเล็กจนปัญญาจะอธิบาย จึงได้แต่ขอโทษอีกฝ่ายไปเท่านั้น ชายหนุ่มผู้เป็นประธานบริษัทจ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่งก่อนจะบอกให้อูยองกลับไปได้
โดยไม่ลืมที่จะกำชับให้เด็กหนุ่มพักผ่อนให้เพียงพอซึ่งเมื่ออูยองได้ยินดังนั้นก็ยิ้มขื่นๆออกมาแต่ปาร์คจินยองก็ไม่ได้สังเกตถึงความผิดปกตินั้น
ทันทีที่เด็กหนุ่มทั้งเจ็ดเดินทางกลับถึงบ้าน อูยองก็ตรงเข้าห้องน้ำอาบน้ำนอนทันที
โดยที่นิชคุณเสนอให้ไปนอนในห้องเขาเพราะกว่าสมาชิกในวงจะเข้านอนกันก็คงอีกนาน
ถ้าจะนอนในห้องนั่งเล่นเหมือนปกติก็คงจะไม่สะดวกนัก ร่างเล็กขนข้าวของเข้าห้อง ทันทีที่หัวถึงหมอนเด็กหนุ่มก็เข้าสู่ห้วงนิทราทันทีจากความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดหลายสัปดาห์
................................................................................
ล่วงเลยมาวันรุ่งขึ้นแล้ว แต่สมาชิกของ 2PM ยังคงนั่งกองระเกะระกะอยู่ในห้องนั่งเล่นไม่ยอมเข้านอน สายตาของแต่ละคนบ้างก็จับจ้องไปยังรายการข่าวในจอโทรทัศน์
บ้างก็เคลิ้มหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า มีเพียงแทคยอนที่ให้ความสนใจกับแลปท็อปที่วางอยู่บนตัก
ดวงตาคมเหลือบมองร่างเล็กมัวแต่สนอกสนใจกับข่าวบันเทิงในโทรทัศน์ก่อนที่มือใหญ่ข้างหนึ่งจะลอดไปโอบเอวดึงอีกฝ่ายเข้ามาแนบตัว
แจบอมดูจะชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา ใบหน้าน่ารักหันมองไปรอบตัวอย่างระหวาดระแวงเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครมองอยู่
ชานซองที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวข้างๆหลับหงายไม่รู้เรื่องไปแล้ว จุนซูนั่งกดโทรศัพท์ไม่สนใจโลกภายนอก
ส่วนนิชคุณกับจุนโฮนั่งจ้องจอโทรทัศน์อย่างตั้งอกตั้งใจ
“นี่...”
แจบอมกระซิบเสียงเบาเมื่อรู้สึกถึงฝ่ามืออุ่นจัดที่ล้วงเข้ามาภายในเสื้อด้านหลัง
แต่อีกฝ่ายทำเป็นไม่ได้ยิน มือใหญ่ยังคงลูบต่ำลงไปเรื่อยๆส่วนมืออีกข้างยังคงกดแป้นพิมพ์ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พี่ใหญ่ของวงพยายามเบี่ยงตัวหนีแต่อีกฝ่ายก็วุ่นวายไม่ยอมเลิก
“แทค หยุด...”
เจ้าของร่างเล็กกว่ากระซิบเป็นภาษาอังกฤษให้ได้ยินกันแค่สองคน เขาแอบเห็นแทคยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์
ร่างสูงยังคงนั่งนิ่งเหมือนเดิมแต่มือใหญ่นั้นกำลังบุกรุกไปถึงขอบกางเกงยีนส์ของเขาซะแล้ว
หัวหน้าวงส่งสายตาดุๆเป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายหยุดแต่ก็ไม่เป็นผล ประจวบเหมาะกับรายการข่าวในโทรทัศน์จบพอดี
แจบอมจึงตัดสินใจลุกหนีอีกฝ่ายแล้วเดินไปสมทบนิชคุณที่กอดคอจุนโฮแกมบังคับให้ออกไปมินิมาร์ทด้วยกันทันที
................................................................................
มือเรียวยาวพับฝาโทรศัพท์มือถือเครื่องสีเงินเก็บใส่กระเป๋าแล้วมองไปรอบห้อง
เจ้าของเสียงหลักของวงอย่างคิมจุนซูมัวแต่คุยกับเพื่อนจนไม่ได้สนใจว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
รู้ตัวอีกทีก็เหลือเพียงเขาและชานซองที่นั่งหลับคอพับอยู่บนโซฟา
ร่างสูงเพรียวลุกขึ้นยืนเดินไปทางน้องเล็กที่นอนเอกเขนกอยู่
“ชานซอง ตื่น”
เท้าขาวยกขึ้นเตะท่อนขาอีกฝ่ายแรงๆเป็นการปลุก หากแต่ไร้การตอบสนอง
เขารู้ว่าเป็นเพราะตารางซ้อมสุดโหดตั้งแต่เช้ายันเย็น
น้องเล็กของวงที่ปกติเข้านอนเร็วสุดและตื่นช้าที่สุดจึงสลบไสลไปอย่างช่วยไม่ได้
จริงๆแล้วจุนซูก็ไม่อยากรบกวนเวลานอน
แต่ดูจากท่าแล้วถ้าปล่อยให้นอนอย่างนี้ต่อไปพรุ่งนี้เช้าต้องปวดตัวจนซ้อมไม่ไหวแน่
ว่าแล้วมือขาวจัดก็ค่อยๆจัดท่านอนให้อีกฝ่ายเพื่อให้นอนสบาย
ก่อนจะเดินไปเอาผ้านวมมาห่มให้เผื่อว่าอากาศจะเย็นลงอีก จุนซูนั่งยองๆลงข้างโซฟา
มองใบหน้าคนกรนเสียงดังหลับไม่รู้เรื่องแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ นิ้วเรียวยาวเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าออกอย่างแผ่วเบา
“......จ.....โฮ.........”
เสียงครางงึมงำในลำคอจากน้องเล็กทำเอาจุนซูชะงักละนิ้วออกทันที สายตาอ่อนโยนในตอนแรกกลายเป็นกระด้างขึ้นมา
ถึงจะฟังไม่ได้ศัพท์แต่เขาก็รู้ว่าชานซองละเมอถึงชื่อใคร
ช่วงนี้บรรยากาศระหว่างน้องเล็กของวงสองคนมืดมนจนน่าอึดอัด
จุนซูเองก็พยายามจะคุยเรื่องนี้กับชานซองหลายครั้งแล้วแต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมปริปากบอกอะไรเขา
แต่ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เขามองชานซองมาตลอด
ทำไมเขาจะไม่รู้เรื่อง...
“ทำไมต้องจุนโฮ ทำไมถึงไม่เป็นพี่ ชานซอง...”
To Be Continue

ซูก้าชอบหมี!! โอยยยย ปวดตับเป็นที่สุด
รักสามเศร้า เราสามคน
แล้วนั่นอะไร หมีมันแอบหมั่นไส้โฮอ่ะ
ชิชะ!! ทำเป็นอารมณ์เสียใส่
ทั้งๆที่ตัวเองเป็นห่วงเขาจะตาย
โอ้ย! อย่าหยิกหมี (หมั่นไส้)
แทคเจย์ คู่นี้ เอิ่ม =_=
แทคมันไม่แคร์สื่อซะจริงๆ
ทำอะไรระวังหน่อยเซ้!!
เดี๋ยวชานบ้านก็รู้เรื่องแกหมดหรอก
#1 By woo!! on 2010-06-27 04:04