Burnout #2 Fading Smile

posted on 25 Jun 2010 22:49 by strawberryfields  in long-fanfiction

 

 

 

Title: Burnout
Characters/pairing: Chansung/Junho  
Taecyeon/Jaebum   Nichkhun/Wooyoung
Genre: Angst, Drama

 

 

 

Chapter 2: Fading Smile


กระดาษเอสี่สีขาวปึกใหญ่ในมือถูกพลิกไปทีละหน้า จุนโฮนั่งเอกเขนกอ่านเนื้อเพลงในอัลบั้มใหม่อยู่บนโซฟาระหว่างรอสมาชิกคนอื่นๆเตรียมตัว เดโมเพลงใหม่จากหูฟังที่เสียบคาหูอยู่เงียบไปสักพักแล้วแต่จุนโฮไม่คิดจะใส่ใจ ดวงตาเรียวเหม่อมองตัวหนังสือบนกระดาษ คนอื่นเห็นก็ไม่อยากเข้ามารบกวนเพราะดูเหมือนกำลังตั้งใจท่องเนื้อเพลง แต่จริงๆแล้วสมาธิของเขาไม่ได้อยู่กับปึกกระดาษในมือเลยสักนิด


เสียงหัวเราะของน้องเล็กประจำวงดังที่ลอดหูฟังเข้ามาทำให้จุนโฮรู้สึกหงุดหงิด ดูเหมือนว่าชานซองจะเป็นคนเดียวที่ยังหัวเราะเล่นแบบไม่เครียดอย่างนี้ได้ แต่ตัวเขาเองก็รู้สึกเหมือนกันว่าพักหลังมานี้ เขาเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด ขนาดคนที่ไม่ค่อยสนใจอะไรอย่างพี่แทคยอนยังทัก เขาแค่รู้สึกเครียดกับเรื่องอัลบั้มใหม่ เขาเหนื่อยที่ต้องซ้อมทั้งวันทั้งคืนจนแทบจะไม่ได้พัก และอีกอย่าง เขาเบื่อฮวางชานซอง


จุนโฮเองก็ไม่รู้ว่าทำไมระหว่างเขากับชานซองถึงกลายเป็นแบบนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนพวกเขายังสนิทกันดี แต่อยู่ๆชานซองก็เริ่มตีตัวออกห่างเพื่อไปอยู่กับพี่จุนซู คนเงียบๆอย่างจุนโฮก็ไม่อยากถามให้มากความ เขาเองก็มีเรื่องที่ต้องคิดมากพออยู่แล้ว สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าพักหลังมานี่เขาไม่ได้คุยกับชานซองสักคำ ทั้งๆที่ไม่ได้ทะเลาะกันเลยสักนิด แต่บรรยากาศระหว่างพวกเขามันแย่ลงมาก มองหน้ากันทีเหมือนกับเกลียดขี้หน้ากันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน


อีจุนโฮไม่มีอะไรน่าสนใจ จุนโฮไม่ตลกเหมือนแทคยอน เขาเคยเล่าเรื่องตลกแต่มันมักจะไม่ขำทุกครั้ง จุนโฮไม่หล่อโดดเด่นเหมือนนิชคุณที่ไม่ว่ารายการไหนๆก็ต้องการตัว จุนโฮไม่ได้พูดเก่ง ไม่น่าสนใจเหมือนอูยอง เขาชอบพูดเรื่องซีเรียส ดังนั้นไม่ว่าไปออกรายการไหน ตอนของจุนโฮก็มักจะถูกตัดออกเสมอ จุนโฮร้องเพลงไม่เก่ง เสียงไม่ดี ไม่มีพรสวรรค์เหมือนกับจุนซูที่ไม่ต้องซ้อมอะไรมากมายก็ร้องได้ดี จุนโฮเต้นไม่เก่งเท่าแจบอม จนบางครั้งเขาก็เป็นเหมือนกับแดนเซอร์เท่านั้น


อีจุนโฮเป็นเด็กธรรมดาที่ไม่มีพรสวรรค์ ที่เขามาถึงจุดนี้ได้ ต้องซ้อมมากกว่าคนอื่นไม่รู้กี่เท่า ดังนั้นเขาจึงชอบใช้เวลากับตัวเองมากกว่าที่จะอยู่กับคนอื่นเยอะๆ เขามีเรื่องต้องคิดอยู่ตลอด วันนี้ซ้อมเสร็จกี่โมง แล้วหลังจากนั้นควรทำอะไร ซ้อมต่อถึงกี่โมง นอนกี่โมง ตื่นกี่โมง เขาจำเป็นต้องพยายามเพื่อลบคำสบประมาทว่าหน้าเหมือนรุ่นพี่อย่างเรน เขาอยากมีตัวตน ไม่อยากเป็นเรนหมายเลขสอง แต่อยากเป็นอีจุนโฮ คนแรกและคนเดียว


“พี่จุนซู กลางวันพาผมไปกินร้านเปิดใหม่ที่พี่บอกเมื่อวานนะ”
เสียงเจื้อยแจ้วของน้องเล็กดังลอดหูฟังเข้ามา จุนโฮทำหน้าบึ้ง เขาสังเกตเห็นชานซองหยุดยืนมองมาทางเขาที่ทำเป็นตั้งใจอ่านเนื้อเพลงอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะละสายตาแล้วเดินตามพี่จุนซูขึ้นชั้นบนไป นั่นยิ่งทำให้จุนโฮอารมณ์บูดยิ่งกว่าเดิม


“.....................”
เสียงถอนหายใจของใครบางคนเรียกความสนใจจากจุนโฮ เขาไม่ทันรู้ตัวว่าอูยองมานั่งข้างเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ว่าดูจากหน้าอีกฝ่ายแล้วดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีเขาคนเดียวที่อารมณ์ไม่ดีสินะ ใบหน้าน่ารักของเพื่อนร่วมวงง้ำงอเป็นม้าหมากรุก คิ้วขมวดจนแทบจะชนกันจนจุนโฮอดไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยทัก


“หงุดหงิดอะไรมา”
อูยองถอนหายใจอีกหนึ่งพรืดก่อนจะหัวเราะขื่นๆออกมา เจ้าของแก้มอูมทำท่าเหมือนจะพูดอะไรออกมา แต่ก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากแดง หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ไม่ได้สนทนาอะไรกันอีก ต่างคนต่างตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเอง เล่นเอาคนที่เพิ่งเดินมาอย่างนิชคุณทำหน้าสงสัย


“อะไรเนี่ยสองคนนี้ ทำไมทำหน้าเบื่อโลกกันอย่างนั้นล่ะ ยิ้มหน่อยน่า”
มือขาวจัดทั้งสองดึงแก้มเด็กหนุ่มสองคนคนละข้างอย่างอารมณ์ดี ทำให้น้องชายทั้งสองที่นั่งหน้าตึงในตอนแรกยิ้มออกมาได้บ้าง ร่างสูงเบียดแทรกกลางจุนโฮกับอูยองก่อนจะชวนทั้งสองคนคุยเรื่อยเปื่อย อย่างน้อยก็ช่วยเรียกเสียงหัวเราะกับรอยยิ้มกลับมาได้บ้าง ทั้งสามคนคุยกันโดยที่นิชคุณเป็นฝ่ายพูดเสียส่วนใหญ่จนเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง สมาชิกในวงทุกคนก็พร้อมจะออกจากบ้านเพื่อพบกับตารางซ้อมของวันนี้อีกวัน



แม่งเอ๊ย....
เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว
!
อีจุนโฮทรุดนั่งลงบนพื้นอย่างหมดแรง เขามองตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ ตอนนี้ในห้องซ้อมเหลือแค่จุนโฮคนเดียวหลังจากที่ซ้อมเสร็จแล้วเขาขออยู่ต่อ ทุกคนก็พากันกลับบ้านไปก่อนยกเว้นพี่แจบอมที่อาสาจะอยู่ช่วยเขาซ้อมจนดึก


“กลับกันเลยดีไหม”
หัวหน้าวงร่างเล็กหิ้วรองเท้าผ้าใบมานั่งข้างจุนโฮ จุนโฮส่งเสียงตอบรับในลำคอเบาๆก่อนจะเดินไปหยิบรองเท้าตัวเองมาใส่บ้าง ทั้งสองไม่ได้คุยอะไรกันอีก พี่แจบอมเป็นคนที่เขาอยู่ด้วยแล้วสบายใจที่สุด ดังนั้นถึงแม้จะมีแต่ความเงียบ แต่ก็ไม่ใช่ความเงียบน่าอึดอัดที่มักจะก่อตัวขึ้นเหมือนเวลาอยู่กับคนอื่น แจบอมนั่งนิ่งรอเขาใส่รองเท้า ดวงตาเรียวเล็กจดจ้องมาอย่างเป็นห่วง


“มีเรื่องอะไรกลุ้มใจใช่ไหม”
คำถามของหัวหน้าวงทำเอาจุนโฮพูดไม่ออกที่ถูกถามตรงๆอย่างนั้น จุนโฮหัวเราะเฝื่อนๆก่อนจะปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แต่เสียงหัวเราะก็ต้องเงียบไปเมื่อพบกับสายตาของอีกฝ่าย แววตาคู่นั้นแสดงความห่วงใยอย่างจริงใจออกมาจนจุนโฮต้องหลบตาอีกฝ่าย


“เรื่องชานซอง?”
จุนโฮอึ้งเมื่อแจบอมเล่นถามเสียตรงจุด เจ้าของชื่อที่แจบอมพูดถึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เขาอารมณ์เสียช่วงหลายวันมานี้ วันนี้เองก็เหมือนกัน ตอนนี้เขาบอกว่าจะอยู่ซ้อมต่อ ร่างสูงของน้องเล็กประจำวงหยุดยืนมองเขาเป็นเวลานานแต่ดันไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ก่อนจะเดินตามคนอื่นออกไปจากห้องซ้อมโดยไม่ลืมจะทิ้งไว้แค่หางตาให้จุนโฮ ซึ่งทำให้เขาอารมณ์เสียขึ้นมาอีก แจบอมเห็นน้องชายไม่ยอมพูดอะไรเอาแต่ถอนหายใจเฮือกแล้วเฮือกเล่าก็อดเป็นห่วงไม่ได้


“ไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร พี่อาจจะช่วยนายแก้ปัญหาไม่ได้ แต่ถ้าอยากเล่าเมื่อไหร่ก็ปรึกษาพี่ได้นะ อย่างน้อยนายก็ได้ระบายมันออกมาบ้าง”
เมื่อไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาจะริมฝีปากแดง แจบอมเลยตัดบทเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายลำบากใจ มือเล็กตบหลังอีกฝ่ายเบาๆเป็นการให้กำลังใจก่อนจะเดินออกไปรอด้านหน้า จุนโฮถอนหายใจ เขารู้ว่าพี่แจบอมเป็นห่วง ถึงแม้เขาจะรู้สึกผิดนิดหน่อยที่ปฏิเสธน้ำใจของอีกฝ่าย แต่เขาไม่อยากให้แจบอมที่มีเรื่องยุ่งมากพออยู่แล้วต้องมาเครียดกับเรื่องของเขาอีก

 

 

เสียงหัวเราะของฮวางชานซองดังลั่นออกมาถึงนอกบ้านเรียกรอยยิ้มบางจากชายหนุ่มฉายาเจ้าชายไทยที่ยืนอยู่นอกบ้าน พี่เจย์กับจุนโฮยังคงไม่กลับจากสตูดิโอ เขาเองก็สังเกตเห็นว่าพักหลังจุนโฮไม่ค่อยยิ้ม ไม่ค่อยพูดเหมือนเมื่อก่อน แถมวันๆเอาแต่จดจ่ออยู่กับเรื่องงานอย่างเดียวจนบางทีเหมือนกับไม่ได้ผ่อนคลายเลย แต่ในเมื่อเจ้าตัวไม่อยากจะพูดถึงมัน เขาก็ไม่อยากไปก้าวก่าย เขาคิดว่าคนอย่างจุนโฮถึงถามไปก็คงไม่บอกอยู่ดี


ไฟที่ปลายมวนบุหรี่แดงวาบตัดกับสีผิวบนปลายนิ้วที่ซีดขาวเพราะความเย็นของอากาศ ร่างสูงโปร่งอัดควันพิษเข้าปอดเป็นเฮือกสุดท้ายก่อนจะโยนลงพื้นแล้วขยี้ให้ดับด้วยปลายเท้า ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นปลายเดือนมีนาคมแล้ว อากาศที่เกาหลีก็ยังถือว่าหนาวอยู่ดี ไม่เหมือนกับที่ประเทศไทยที่เริ่มร้อนตั้งแต่เดือนแรกของปี มือใหญ่ถูกันแรงๆสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน


ทันทีที่ก้าวผ่านประตูเข้าไป เสียงหัวเราะรวมกับเสียงตะโกนโหวกเหวกของเหล่าสมาชิกในวงก็ดังขึ้นซึ่งเรียกเสียงรอยยิ้มจากเขาได้ไม่น้อย แทคยอน ชานซองและจุนซูกำลังรวมหัวกันแกล้งอูยองอย่างสนุกสนาน ที่จริงจะเรียกว่าแกล้งก็ไม่เชิง เหมือนกับว่าทุกคนพยายามทำให้อูยองรู้สึกดีขึ้นมากกว่า เพราะเจ้าตัวเล็กนั่นอยู่ๆก็เกิดป่วยขึ้นมาทันทีที่ซ้อมเสร็จ เอาแต่บ่นว่าเวียนหัวแถมยังอารมณ์บูดสนิทอีกต่างหาก


แต่มีหรือเหล่าสมาชิกจะปล่อยให้จางอูยองนอนพักเฉยๆได้ แต่หัวยังไม่ทันจะถึงหมอนก็โดนสามคนนั้นพากันรุม ทั้งจั๊กจี้ ทั้งก่อกวนให้รำคาญจนหลับไม่ลง สุดท้ายต้องหนีมาห้องนั่งเล่นแต่ก็ไม่พ้นตามมาแกล้งอยู่ดี ถึงจะดูเหมือนรำคาญ แต่อย่างน้อยใบหน้าน่ารักนั้นก็ยังมีรอยยิ้มประดับอยู่ให้รู้สึกอุ่นใจบ้าง


“โอ๊ย ไอ้บ้าชานซอง เอามือออกไป๊
!!”
ร่างเล็กพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากมือปลาหมึกของฮวางชานซองที่เกี่ยวเอวเขาไม่ยอมปล่อย ทุกคนก็รู้ทั้งรู้ว่าเอวเป็นจุดอ่อนของเขา แต่ก็นั่นแหละเลยทำให้เขาถูกแกล้งยิ่งกว่าเดิม


นิชคุณยืนพิงประตูมองสมาชิกในวงเล่นกันแล้วก็อดไม่ได้ที่จะต้องหัวเราะตาม เขาเองก็รู้สึกว่าช่วงนี้บรรยากาศในวงไม่ค่อยดี พอเห็นน้องๆค่อยยิ้มได้อย่างนี้ก็เลยรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง แทคยอนหัวเราะลั่นเมื่อเห็นอูยองดิ้นไปดิ้นมาเหมือนโดนน้ำร้อนลวกก่อนที่แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจะตรงเข้าไปกอดคอร่างเล็กอย่างหมั่นเขี้ยว


ทุกคนที่กำลังสนุกสนานคงไม่ได้สังเกตเห็น แต่นิชคุณที่ยืนดูอยู่ห่างๆสังเกตได้ถึงความผิดปกติของเด็กหนุ่มร่างเล็กที่อยู่ท่ามกลางวงล้อม ใบหน้าขาวจัดซีดลงอย่างน่าตกใจเมื่อแทคยอนเข้ามากอด มือเล็กพยายามดันร่างใหญ่ของหนุ่มบอสตันออกแต่ดูจะไม่ขยับเขยื้อนสักนิด แทคยอนเริ่มเล่นตลกโดยการเอาฟันที่เจ้าตัวแสนภูมิใจไปแทะหัวไหล่ของเด็กหนุ่มอย่างน่าหมั่นไส้ ก่อนจะแกล้งเข้าไปเบียดกระแซะอีกฝ่ายซึ่งเป็นภาพไม่ค่อยน่าดูนักที่ชายหนุ่มตัวใหญ่อย่างกับตึกเล่นทำเหมือนตัวเองเป็นสาวน้อยแฟนคลับ เรียกเสียงหัวเราะจากชานซองและจุนซูได้เป็นอย่างดี


“อุ... พี่แทค....ออกไปนะโว้ย...”
อูยองทั้งเตะทั้งยันอีกฝ่ายสุดแรงแต่ดูเหมือนว่าแทคยอนจะไม่ยอมขยับเขยื้อนเอาเสียเลย นิชคุณขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าริมฝีปากของเด็กหนุ่มเริ่มซีดผิดปกติ รวมทั้งใบหน้าขาวเริ่มซีดและมีสีหน้าผะอืดผะอมแบบแปลกๆ เจ้าชายไทยเริ่มรู้สึกว่าพวกเขาควรจะหยุดแกล้งอูยองก่อน เพราะยังไงเจ้านั่นก็ยังอาการไม่ค่อยดี ถึงจะกินยาไปแล้วก็เถอะ

“นี่พวกนาย... ปล่อยให้อูยองมัน.....”
“อุบ....แหวะ
!!!”
ไม่ทันพูดจบประโยค ร่างเล็กก็คายของเก่าออกมาทางปากเสียหมดไส้หมดพุงท่ามกลางความตกใจของสมาชิกทุกคน นิชคุณได้สติก่อนใครเพื่อนรีบเข้ามาลูบไหล่ลูบหลังให้รู้สึกดีขึ้น ชานซองยืนอ้าปากค้างด้วยความตกใจเพราะไม่เคยเห็นอูยองเป็นอย่างนี้มาก่อน


“เฮ้ย.... อูยอง ฉันขอโทษ”
แทคยอนได้สติรีบเข้ามาช่วยนิชคุณประคองอูยองไป
ห้องน้ำ แต่อูยองกลับดึงแขนออกจากอีกฝ่ายก่อนจะโบกมือเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร จุนซูเองก็รีบวิ่งไปเอาผ้าขี้ริ้วมาเช็ดทำความสะอาดพื้นบริเวณนั้น ชานซองกับแทคยอนเองก็เข้ามาช่วยทำความสะอาดเช่นกัน จากที่ตอนแรกสนุกกันอยู่ดีๆ ตอนนี้กลายเป็นว่าทั้งสามหน้าเครียดด้วยความตกใจ เป็นห่วงและรู้สึกผิด ไม่นึกว่าอูยองจะป่วยขนาดนั้น เห็นปกติแค่กินยาก็หายแล้วนี่นา...


................................................................................



หลังจากล้างหน้าล้างตัวและเปลี่ยนชุดนอนเรียบร้อยแล้ว อูยองก็ได้แต่นั่งแหมะอยู่บนเตียงของนิชคุณที่เจ้าตัวบังคับให้นอนพักที่นี่ก่อนเพราะห้องนั่งเล่นที่นอนประจำของอูยองตอนนี้เลอะเทอะไปหมด เขานั่งคิดเรื่องอะไรไปเรื่อยเปื่อยก่อนที่เสียงเปิดประตูจะดังขึ้นพร้อมกันนิชคุณที่ยกถาดอาหารเข้ามา


“กินสักหน่อยแล้วกันท้องจะได้ไม่ว่าง”
ร่างสูงหมายถึงข้าวต้มควันฉุยในถ้วยกระเบื้องที่อยู่ในถาดรวมกับยาแก้ไข้ ตอนนี้อูยองแสบท้องไปหมด ถึงไม่อยากกินแต่ก็จำเป็นต้องกินอยู่ดี มือเล็กยกถ้วยข้าวต้มอุ่นจัดมาแล้วค่อยๆตักกินอย่างหมดเรี่ยวแรง ส่วนนิชคุณปีนขึ้นไปบนชั้นสองของเตียงซึ่งเคยเป็นที่นอนเก่าของชานซอง ก่อนจะเอาข้าวของที่ระเกะระกะอยู่ออกเพื่อทำที่นอนให้กับตัวเอง อูยองกินข้าวจนหมดถ้วยตามด้วยยาหลากสีสันหลายเม็ดแล้วดื่มน้ำตาม เสียงกุกกักบนเตียงชานซองทำให้อูยองรู้ว่าอีกฝ่ายยังคงยุ่งอยู่กับการจัดที่นอน


“พี่คุณ”
เสียงแหบด้วยพิษไข้เรียกขึ้น นิชคุณขานรับเบาๆก่อนจะปีนลงมานั่งเตียงเดียวกับอูยอง
“พี่คุณ.. สมมติว่า เพื่อนของพี่เปลี่ยนไป พี่จะรู้สึกยังไง...”
“หา? เปลี่ยนไปยังไงล่ะ”
อูยองอึกอัก ไม่รู้ว่าจะพูดต่ออย่างไรดี สองวันมานี้มีเรื่องที่ทำให้เขาคิดมากอยู่เรื่องเดียว เขายังทำใจมองหน้าพี่แจบอมกับพี่แทคยอนอย่างเป็นปกติไม่ได้
“ก็เหมือนว่า...เขาก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีของเราเหมือนเดิม แต่ว่าเราดันไปรู้บางเรื่องเกี่ยวกับเขา ซึ่งมันเป็นเรื่องแย่ๆ แล้วเราก็ไม่อยากให้เขาเป็นอย่างนั้นน่ะ...”
ชายหนุ่มเลิกคิ้วกับคำพูดวกวนของอีกฝ่าย แต่เขาไม่คิดจะถามอะไรมาก เขาเชื่อว่าอูยองคงมีอะไรในใจอยู่ช่วงนี้ ถ้าอูยองไม่อยากจะบอกเขา ง้างปากให้ตายก็ไม่มีวันบอกอยู่ดี ถ้าทำใจได้แล้วสักวันก็คงบอกเอง
“มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นเรื่องอะไร ถ้าเขาไม่ได้ทำให้เราหรือคนอื่นเดือดร้อนก็ไม่เป็นไรหรอก อย่าไปตัดสินว่าเขาแย่เพียงเพราะเรารับเรื่องนั้นของเขาไม่ได้สิ”
เมื่อเห็นร่างเล็กทำหน้าง้ำ มือใหญ่ก็ขยี้ผมอีกฝ่ายอย่างเอ็นดูก่อนจะกำชับให้รีบนอน นิชคุณยกถาดอาหารกลับไปเก็บทิ้งไว้เพียงอูยองที่นั่งถอนหายใจทิ้งจนนับรอบไม่ได้


ได้ยินคำพูดจากนิชคุณแล้ว เขาก็อยากจะพยายามทำใจรับเรื่องของแทคยอนกับแจบอมให้ได้ แต่ก็คงจะยากหน่อย อูยองปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุผลที่อยู่ๆก็เขาอาเจียนออกมานั้นไม่ใช่เพราะเรื่องป่วยอย่างเดียว แต่เป็นเพราะว่าแทคยอน ทันทีที่รุ่นพี่ตัวโตเข้ามากอดคอ ภาพในคืนนั้นก็แวบเข้ามาในหัวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ยิ่งแทคยอนมาเล่นถึงเนื้อถึงตัวอย่างนี้ยิ่งทำให้ขนลุก บวกกับที่เวียนหัวอยู่แล้วเลยพาลรู้สึกผะอืดผะอมหนักกว่าเดิม เลยพาลปล่อยของเก่าออกมาเสียหมดกระเพาะ


มือเล็กจัดหมอนให้เรียบร้อยก่อนจะล้มตัวลงนอน เปลือกตาหนักอึ้ง แม้ว่ายาจะเริ่มออกฤทธิ์แล้วแต่ว่าหัวยังคงปวดหนึบไปหมด เขาควรจะรีบเข้านอนได้แล้ว เพราะถ้าเกิดนอนไม่พอแล้วไม่หายป่วยขึ้นมาเดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่มีแรงไปซ้อมกันพอดี และอีกอย่างเขาไม่อยากให้เพื่อนๆมากังวลกับเรื่องของเขาด้วย อูยองนอนกลิ้งไปกลิ้งมาได้สักพักก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปโดยไม่รู้ตัว

 

 

 

To Be Continue

 

 

 

 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่าาาาาาาาา น่าสงสารโฮจังอ่ะ
แอบเหมือนเรื่องจริงจนปวดใจ T^T
แต่ดูเหมือนชานจะมีอะไรในใจนะ
เห็นมองโฮบ่อยเหลือเกิน...

ส่วนเจย์ช่างเป็นหัวหน้าวงที่เอาใจใส่เหลือเกิน
แบบนี้ไง น้องมันถึงอยู่ด้วยแล้วสบายใจ
แอบปันใจให้เป็นเจย์โฮอ่ะ
แต่ยังไงก็ชานโฮดีที่สุดแล้ว

ด้งน้อยนั่นก็เกิดไม่สบายอ้วกออกมาซะแล้ว
แล้วก็เป็นพี่คุณที่ต้องเข้ามาดูแล
สงสารแทคนะที่ไม่รู้ว่าด้งมันรู้เรื่องแกแล้ว
ยังเป๋อเหลอแกล้งน้องมันจนได้เรื่อง
สนุกอ่ะ ขอบคุรสำหรับฟิคนะค่ะ

#1 By woo!! on 2010-06-27 03:48

เกิดอะไรขึ้นกับชานซอง ทำไมถึงไม่คุยกับจุนโฮอ่ะ
มีอะไรก็บอกไปตรงๆ สิ
ทำยังงี้มันเหมือนประชดหหรือหลีกเลี่ยงจุนโฮอ่ะ
สงสารจุนโฮจังเลย

ส่วนเจย์ก็ยังคงเป็นลีดเดอร์ที่ดีของน้องๆ
ช่างสังเกตดีจัง
แทคยอนนี้สิ รวมหัวกับชานซองแล้วก็จุนซูแกล้งด้งซะนิ
เล่นเป็นเด็กไปเลย เหอๆๆ

ด้งจ๋า เอาคำพูดของนิชคุณไปคิดซะนะ
ไม่อยากให้ด้งเกลียดใครเลย
สงสารแทคยอนกับเจย์
ถ้ารู้ว่าด้งรังเกียจคงเสียใจแย่ และทั้งวงก็คงจะเศร้าด้วย
พยายามยอมรับหน่อยนะด้ง

#2 By day (180.183.159.250) on 2010-07-03 22:48

เอาแล้วไงอีจุนโฮ ลึกๆแล้วน้องแอบน้อยใจชานซองที่ตีตัวออกห่างรึเปล่า
ที่หงุดหงิดก็เพราะเรื่องชานซองล้วนๆสินะ
แต่สงสารจุนโฮอ่ะ จะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใครทำม้ายยยยยยย
คนเรามันเกิดมาไม่เหมือนกันซะหน่อย
พอเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่น ตัวเองกลับมารู้สึกแย่ที่สู้เขาด้านนั้นไม่ได้
จุนโฮก็มีดีเยอะแยะที่นิชคุณไม่มี จุนซูไม่มี คนอื่นไม่มีเหมือนกันแหละ โอ๋ๆๆๆ
เราว่าแจบอมต้องรู้แน่ๆ รู้มากกว่าเรื่องที่จุนโฮเครียดเรื่องชานแน่ๆ

กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ขอกรี้ดฉากนี้หน่อย แทบจะลงไปดิ้นกับพื้น กรี้ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
นิชคุณสูบบุหรี่!!!!!!! ช๊อบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
โอ้ยยยย แบบเห้นมาดเจ้าชายไทยแสนดีมาเยอะอ่ะ
พอมาเรื่องนี้คนแต่งบอกมันสูบบุหรี่ด้วยเนี่ย... Hot! Hot! Hot! เอาดาวไปเลย
มันเหมาะนะ เห็นหน้าตาวิ้งวั้งสำอาค์แบบนั้น
นิชคุณมันมีมุมดาร์กไซด์ด้วยนะเออ ชอบๆๆ เพ้อๆๆๆ

อ...อูยอง
ถึงกับอ้วกเลยเหรอลูก - -
แต่ตอนคนแต่งบรรยายฉากรุมแกล้งอูยองผ่านความคิดนิชคุณเราก็กรี้ดนะ
แบบ เด็กมันน่ารักอ่ะเนาะ ใครๆก็อยากจะแกล้ง งุ้งๆงิ้งๆ ฮือ น่ารักๆๆๆ
อยากแกล้งอูยองมั่งนี่ TTTTTTT
น้องอ้วกนี่ รีแอคชั่นแรงมากนะ - -
มันออกแนวขยะแขยงเลยป่ะนั่น ฮือๆๆๆๆ ใจเย็นค่ะเบบี๋
พักผ่อนให้หายป่วยซะนะคะ เดี๋ยวก็โดนแกล้งอีก

ขอบคุณค่าาา

ปล.ยังสติลกรี้ดนิชคุณสูบบุหรี่ โฮกกกก หล่อออออววววววววว

#3 By kumameaw on 2010-07-18 14:35

สงสารโฮอ่ะ

อ่านแล้วแบบ........คิดตามเลย

เง้อ...อย่าเครียดไปเลยนะโฮ
ทุดคนเค้าก้อรักแกเสมอแหละ

โดยเฉพาะชาน!!
><

ด้งนะด้ง
ป่วยเพราะอะไรกันอ่ะ
เพราะซ้อมหรือเพราะเครียด

พี่คุณฝากน้องด้วยนะ
คิคิ

#4 By nnnn (203.131.211.157) on 2010-07-23 13:21

จำได้ว่าเคยเห็นเรื่องนี้ในเด็กดี แต่อ่านไม่จบอ่ะตอนนั้น 5555
มาอ่านต่อในนี้ดีกว่า

น้องโฮอ่ะ... นี่ก็แอบเหมือนตัวจริงอยู่นะคะ 55555
สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าพักหลังมานี่เขาไม่ได้คุยกับชานซองสักคำ ทั้งๆที่ไม่ได้ทะเลาะกันเลยสักนิด >> เข้าใจอารมณ์นี้ = =" ไม่จำเป็นต้องทะเลาะกันหรอกค่ะน้องโฮ คนเราอยู่เฉยๆมันก็อึนใส่กันได้ อ่านมาถึงตรงนี้ รู้สึกว่าหมีน่ะแหล่ะ ที่ทำตัวผิดปกติก่อน อ่านจากมุมมองน้องโฮแล้วรู้สึกว่าน้องโฮไม่ได้ทำอะไรผิด น้องโฮทำตัวปกติ คนตีตัวออกห่างคือหมีต่างหากกกกกกก (เข้าข้างลูกสาวแบบหัวชนฝา ฮ่าๆๆ)

อีจุนโฮไม่มีอะไรน่าสนใจ >> ไม่จริงงงงงงง ไอเลิฟยูโซมัชชชนะเบ่เบ๋~~ >3<
น้องโฮออกจากน่ารัก มีอะไรดีๆตั้งหลายอย่าง ทำไมคิดงั้นล่ะ
น้องโฮเสียงดีออก T^T เค้าชอบเสียงน้องโฮนะ และน้องโฮก็เต้นเก่งด้วย ในโลกนี้จะมีซักกี่คนตีลังกาได้แบบหนูละคะลูกกกกกก???
ไม่ว่าไปออกรายการไหน ตอนของจุนโฮก็มักจะถูกตัดออกเสมอ >> เออะ...เจ็บปวดด T^T เอาเถอะ... ไม่รู้ล่ะ ยังไงก็รักนูนอออออออออออออ

แหม่ะ พี่เจย์ รู้ใจ... ถามซะตรงประเด็น เป็นไงละคะน้องโฮ หึๆ

อยากบอกว่าชอบบุคลิกพี่คุณเรื่องนี้มากๆ ดูหล่อเจนท์ เป็นผู้ใหญ่สุดๆ ปกติพี่คุณจะเป็นผู้ชายหวาน (หวานในที่นี้หมายถึงหวานใส่ด้งอะ) แต่เรื่องนี้ทุกอย่างมันดูพอดี ลงตัว ยังไงไม่รู้แหล่ะค่ะ (เป็นเรื่องดีนะ) ชอบมากๆค่ะ

ด้งคะ...แก อาการหนักมาก - -" ใจเย็นนะเว้ยเฮ้ย จำคำพูดพี่คุณไว้นะพ่อคุณ > อย่าไปตัดสินว่าเขาแย่เพียงเพราะเรารับเรื่องนั้นของเขาไม่ได้สิ >> เนี้ยยยยยยย เลิศนะคะคุณหลวง 55555 คงต้องใช้เวลาแหล่ะ เด็กด้งคงจะค่อยๆเข้าใจเอง

สุดท้ายนี้.................
อิคุณหมีคะ!!!!!!!! เดินโฉบน้องโฮแล้วแอบมองงงงงง เพื่อออออ?? แกเห็นม้ายว่าน้องโฮเครียดดดดดด นี่ถ้าเกิดน้องโฮป่วยตามด้งไปอีกคนแกจะว่าเยี่ยงไรคะ???
น้องโฮก็นะ ยื่งซีเรียสอยู่ด้วย ...พักๆบ้างนะตี๋น้อย (หรือหมวย?)

*แว้บไปอ่านต่อ* หุๆๆ ติดค่ะติดดดดดด

#5 By Palmira on 2010-08-12 23:34